JANE TOEIC · คำถามที่พบบ่อย

มีคำถามเรื่องสอบภาษาอังกฤษใช่ไหมคะ? 😊

ครูเจนรวบรวมคำถามที่นักเรียนสงสัยกันบ่อย ๆ ไว้ให้แล้วค่ะ เลือกเรื่องที่อยากรู้ แล้วค่อย ๆ อ่านไปด้วยกันได้เลยนะคะ

สอบ TOEIC

TOEIC คืออะไร?

TOEIC ย่อมาจาก Test of English for International Communication เป็นแบบทดสอบวัดทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร โดยเฉพาะในบริบทการทำงานค่ะ

TOEIC มีแบบทดสอบหลายประเภท เช่น Listening & Reading และ Speaking & Writing ซึ่งวัดทักษะแตกต่างกันค่ะ

สำหรับน้อง ๆ ที่ต้องใช้คะแนนประกอบการจบมหาวิทยาลัย หรือคนทำงานที่ต้องใช้คะแนนสมัครงานและเลื่อนตำแหน่ง เรามักจะเจอการสอบ TOEIC Listening & Reading กันบ่อยค่ะ

แต่ครูอยากให้เราเช็กข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยหรือองค์กรที่ต้องยื่นคะแนนก่อนนะคะ ว่าเขาต้องการผลสอบประเภทไหน เพราะคะแนนจากแต่ละแบบทดสอบไม่สามารถใช้แทนกันได้ทุกกรณีค่ะ 😊

TOEIC Listening & Reading สอบอะไรบ้าง?

จริง ๆ แล้ว TOEIC ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ ลองมาดูภาพรวมกันแบบง่าย ๆ ก่อนนะคะ 😊

ข้อสอบ TOEIC Listening & Reading แบ่งเป็นสองส่วนหลัก คือ การฟัง (Listening) และ การอ่าน (Reading) รวมทั้งหมด 200 ข้อ แบ่งเป็น 7 Parts ค่ะ

TOEIC Listening & Reading200 ข้อ · 7 Parts

Listening

100 ข้อ · ประมาณ 45 นาที
  1. Part 1 Photographs6 ข้อ

    ดูภาพและฟังประโยค

  2. Part 2 Question–Response25 ข้อ

    ฟังคำถามและคำตอบ

  3. Part 3 Conversations39 ข้อ

    ฟังบทสนทนา

  4. Part 4 Talks30 ข้อ

    ฟังบทพูดหรือประกาศ

ฝึกฟังจับใจความ ฟังรายละเอียด และเข้าใจสถานการณ์ค่ะ

Reading

100 ข้อ · 75 นาที
Jane TOEIC Time Mascot นาฬิกาสีฟ้ายิ้มแย้มในท่าเดิน
เวลาที่ครูเจนแนะนำ10 + 10 + 55 = 75 นาที
  1. Part 5 Incomplete Sentences30 ข้อ

    เติมคำในประโยค

    เวลาที่ครูเจนแนะนำ: 10 นาที

  2. Part 6 Text Completion16 ข้อ

    เติมคำหรือประโยคในบทความ

    เวลาที่ครูเจนแนะนำ: 10 นาที

  3. Part 7 Reading Comprehension54 ข้อ

    อ่านบทความเพื่อจับใจความและหาคำตอบ

    เวลาที่ครูเจนแนะนำ: 55 นาที

ฝึกโครงสร้างประโยค คำศัพท์ การอ่านจับใจความ และบริหารเวลาค่ะ

เวลานี้เป็นแนวทางที่ครูเจนแนะนำให้ลองฝึกนะคะ เราปรับให้เหมาะกับความถนัดของตัวเองได้ค่ะ

แบบทดสอบ Listening & Reading ไม่ได้วัดการพูดและการเขียนโดยตรงนะคะ ถ้าต้องใช้ผลสอบเพื่อยื่นสมัครงานหรือจบการศึกษา อย่าลืมตรวจประเภทผลสอบที่หน่วยงานต้องการด้วยค่ะ

ถ้าอยากรู้ว่าตอนนี้เราถนัดการฟังหรือการอ่านมากกว่ากัน ลองทำแบบทดสอบวัดระดับฟรีของครูเจนก่อนได้นะคะ 😊

ลองทำ Mini TOEIC Test ฟรี
ไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ เริ่มเตรียม TOEIC ได้ไหม?

เริ่มได้แน่นอนค่ะ 😊 แต่ครูอยากให้เราเริ่มจากจุดที่ถูกต้องก่อน

ภาษาอังกฤษไม่ได้เรียงคำเหมือนภาษาไทยทุกอย่างนะคะ ครูเลยอยากชวนให้เราเริ่มจากการมองโครงสร้างประโยคง่าย ๆ ก่อนว่า ใคร ทำอะไร กับอะไร ที่ไหน หรืออย่างไร

พอเริ่มมองเห็นว่าคำแต่ละส่วนวางอยู่ตรงไหนและทำหน้าที่อะไร เราก็จะค่อย ๆ อ่านประโยคได้เข้าใจขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องท่อง Grammar ทุกเรื่องให้จบก่อนค่ะ

แตะกลุ่มคำที่อยากรู้ แล้วมาดูความหมายกันค่ะ 😊

A · ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

จอห์นสวมผ้ากันเปื้อนสีเทอร์ควอยซ์กำลังทำอาหารเย็นในห้องครัว

John is cooking dinner in the kitchen.

.

จอห์นกำลังทำอาหารเย็นอยู่ในห้องครัว

B · ภาษาอังกฤษในบริบทการทำงาน

จอห์นคนเดิมสวมเสื้อคลุมสีฟ้ากำลังพูดคุยเรื่องโครงการกับเพื่อนร่วมงานในห้องประชุม

John is discussing the project in the meeting room.

.

จอห์นกำลังพูดคุยเกี่ยวกับโครงการอยู่ในห้องประชุม

เห็นไหมคะว่า ถึงจะเปลี่ยนจากห้องครัวมาเป็นห้องประชุม แต่โครงสร้างประโยคยังเหมือนเดิมเลย 😊

ประธาน | กริยา | กรรม | ส่วนขยาย

พอเราเริ่มมองโครงสร้างออกแล้ว สิ่งที่ต้องค่อย ๆ เติมต่อก็คือคำศัพท์ที่ใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ และการฝึกทำข้อสอบค่ะ

ดูคอร์สปูพื้นฐาน
ต้องใช้เวลาเตรียมสอบนานแค่ไหน?

ไม่มีระยะเวลาเดียวที่เหมาะกับทุกคนค่ะ ต้องดูพื้นฐาน คะแนนที่ต้องใช้ เวลาฝึกจริง และวันยื่นคะแนนของเรา

ลองทำแบบฝึกเพื่อหาจุดเริ่มต้นก่อน แล้ววางแผนฝึกเป็นช่วงสั้น ๆ พร้อมกลับมาดูข้อผิด ครูอยากให้วัดจากสิ่งที่เริ่มทำได้มากขึ้น ไม่ใช่จำนวนวันที่อ่านอย่างเดียวค่ะ

ลิงก์คำถามนี้
สมัครสอบ TOEIC ได้ที่ไหน?

ตรวจชนิดการสอบและช่องทางจองกับ CPA (Thailand) ก่อนค่ะ มีทั้งการสอบที่ศูนย์สอบและบริการรูปแบบอื่น โดยรอบ สถานที่ และวิธีจองต่างกันได้

ก่อนชำระเงิน เช็กให้ครบว่าเป็นแบบทดสอบที่ผู้รับคะแนนยอมรับ ชื่อผู้สมัครตรงกับเอกสาร และรับผลทันวันที่ต้องใช้ แล้วทำตามช่องทางที่ระบุใน ข้อมูลการจองสอบ CPA (Thailand) ค่ะ

ลิงก์คำถามนี้
ค่าสอบ TOEIC เท่าไหร่?

ราคาขึ้นกับบริการที่เลือกค่ะ หน้า In-House ของ CPA ระบุ TOEIC Listening & Reading แบบ Institutional สำหรับบุคคลทั่วไป 1,800 บาท ซึ่งไม่ใช่ราคากลางของการสอบทุกแบบ

รอบสอบ วิธีชำระ และบริการส่งผลอาจมีเงื่อนไขต่างกัน ครูแนะนำให้เช็กราคาสุทธิจาก ข้อมูลการจองสอบ CPA (Thailand) ก่อนจองทุกครั้งค่ะ

ลิงก์คำถามนี้
วันสอบต้องเตรียมอะไรไปบ้าง?

เริ่มจากเอกสารแสดงตนฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุ และข้อมูลการจองสอบค่ะ สำหรับผู้สอบไทยแบบ Personal In-House เอกสารที่ CPA ระบุคือบัตรประชาชน ใบขับขี่ไทยแบบสมาร์ตการ์ด หรือพาสปอร์ตที่ใช้ได้ตามเงื่อนไข

ถ้าสอบในนามองค์กร เป็นชาวต่างชาติ หรือเลือกบริการอื่น ต้องตรวจเอกสารของประเภทนั้นเพิ่มเติม ชื่อและข้อมูลต้องตรงกันค่ะ อ่าน เงื่อนไข In-House จาก CPA (Thailand) และยึดเวลารายงานตัวในคำยืนยันรอบของเรา อย่าใช้เวลาของรอบอื่นมาอ้างนะคะ

ลิงก์คำถามนี้
ผลสอบออกเมื่อไหร่ และมีอายุเท่าไหร่?

วันรับผลขึ้นกับรูปแบบสอบ สถานที่ วันสอบ และวิธีรับค่ะ ตาราง In-House กรุงเทพฯ แยกวันรับด้วยตนเองกับวันส่ง EMS จึงไม่ควรเหมารวมว่าจะถึงมือวันเดียวกันทุกคน ตรวจ เงื่อนไข In-House จาก CPA (Thailand) ให้ตรงกับรอบที่สมัครนะคะ

ETS แนะนำให้ใช้คะแนนภายใน 2 ปี เพราะทักษะภาษาเปลี่ยนแปลงได้ แต่ผู้รับคะแนนอาจกำหนดอายุผลสั้นกว่านั้น เราต้องตรวจประกาศขององค์กรที่จะยื่นอีกครั้งค่ะ

คำแนะนำผู้สอบจาก ETS

ลิงก์คำถามนี้
คะแนน TOEIC เท่าไหร่ถึงจะพอสำหรับสมัครงาน?

ให้ยึดประกาศของตำแหน่งที่เราจะสมัครค่ะ ไม่มีคะแนนเดียวที่ใช้ได้กับทุกบริษัท บางแห่งกำหนดคะแนนรวม บางแห่งอาจดูคะแนนรายทักษะและอายุผลด้วย

จดเกณฑ์ที่ต้องใช้และวันปิดรับไว้ก่อน แล้วตั้งเป้าฝึกจากคะแนนปัจจุบันของเรา คะแนนถึงเกณฑ์ไม่ได้หมายความว่าจะผ่านขั้นตอนคัดเลือกอื่นโดยอัตโนมัตินะคะ

ลิงก์คำถามนี้
Listening กับ Reading ควรเริ่มฝึกอะไรก่อน?

ดูจุดที่เรายังติดก่อนค่ะ ถ้าฟังแล้วจับคำไม่ทัน ลองฟังช่วงสั้นและเทียบกับบทพูด ถ้าอ่านแล้วไม่รู้ว่าใครทำอะไร ให้ฝึกหาโครงสร้างประโยคก่อน

เราไม่จำเป็นต้องรอให้ด้านหนึ่งเก่งแล้วค่อยเริ่มอีกด้าน แบ่งเวลาให้ทั้งสองทักษะ และเพิ่มการฝึกในจุดที่ยังอ่อนค่ะ

ลิงก์คำถามนี้
เคยสอบแล้วแต่คะแนนไม่ถึงเป้า ควรทำอย่างไร?

แยกก่อนค่ะว่าติดความรู้ ความเข้าใจ หรือเวลา ลองดูคะแนน Listening และ Reading แล้วกลับไปทำชุดฝึกใหม่ พร้อมจดเหตุผลของข้อที่ผิดและข้อที่เดาถูก

ถ้ารู้ศัพท์แต่ยังตอบผิด ให้กลับมาดูโครงสร้างหรือหลักฐานในบทอ่าน ถ้าทำได้แต่ไม่ทัน ค่อยฝึกจับเวลาเป็นช่วง ๆ การสอบซ้ำอย่างเดียวอาจยังไม่ช่วยให้รู้ว่าควรแก้ตรงไหนค่ะ

ลิงก์คำถามนี้
TOEIC กับ IELTS ต่างกันอย่างไร?

TOEIC Listening & Reading เน้นทักษะฟังและอ่านในบริบทการทำงาน ส่วน IELTS Academic มีทั้ง Listening, Reading, Writing และ Speaking ค่ะ วัตถุประสงค์และรูปแบบรายงานคะแนนต่างกัน

ให้เลือกจากข้อกำหนดของผู้รับคะแนนก่อนนะคะ ไม่ควรเทียบคะแนนหรือคิดว่าสอบอย่างหนึ่งใช้แทนอีกอย่างได้เสมอ ดู รูปแบบ IELTS Academic จาก IELTS และ คำแนะนำผู้สอบจาก ETS

ลิงก์คำถามนี้

สอบภาษาอังกฤษสายราชการ

สอบภาษาอังกฤษ ก.พ. ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

เริ่มจากอ่านหลักสูตรและเงื่อนไขในประกาศรอบที่เราสมัครค่ะ จากนั้นครูแนะนำให้แบ่งฝึกเป็นคำศัพท์ในบริบท การใช้ภาษา โครงสร้างประโยค และการอ่านจับใจความ

การแบ่งนี้เป็นแนวทางเตรียมตัว ไม่ใช่สัดส่วนข้อสอบตายตัวของทุกปีนะคะ ตรวจคุณวุฒิ วิชาที่สอบ และเกณฑ์ผ่านจาก ข้อมูลการสอบภาค ก. ของสำนักงาน ก.พ. และ ระบบสมัครสอบ ก.พ.

ลิงก์คำถามนี้
สอบภาษาอังกฤษท้องถิ่น แตกต่างจาก ก.พ. อย่างไร?

เป็นคนละระบบการสอบค่ะ อย่าใช้ประกาศของ ก.พ. แทนประกาศท้องถิ่น แม้พื้นฐานคำศัพท์และโครงสร้างประโยคจะช่วยกันได้ แต่หลักสูตร เกณฑ์ และขั้นตอนต้องดูของสนามนั้น

ครูแนะนำให้อ่านประกาศรอบที่สมัครจาก ประกาศการสอบท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แล้วแยกแผนฝึกให้ตรงกับข้อสอบของเรา ไม่ยกจำนวนข้อหรือคะแนนจากรอบเก่ามาใช้โดยอัตโนมัติค่ะ

ลิงก์คำถามนี้
ไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ จะเริ่มเตรียมสอบราชการอย่างไร?

เริ่มจากประโยคง่ายที่เราอธิบายได้ว่าใครทำอะไรค่ะ ค่อยดูคำที่ทำหน้าที่เป็นประธาน กริยา กรรม และส่วนขยาย พร้อมเรียนคำศัพท์จากประโยคจริง

เมื่อเริ่มอ่านรู้เรื่องแล้ว ค่อยฝึกโจทย์ตามหลักสูตรของสนามที่สมัคร จดว่าแต่ละข้อผิดเพราะไม่รู้คำศัพท์ อ่านโครงสร้างไม่ออก หรือเข้าใจคำถามคลาดเคลื่อน จะได้ทบทวนตรงจุดค่ะ

ลิงก์คำถามนี้
ข้อสอบภาษาอังกฤษสายราชการมี Grammar และ Reading ไหม?

ควรเตรียมทั้งการใช้ภาษาและการอ่านค่ะ แต่คำว่า “สอบสายราชการ” ไม่ได้หมายถึงข้อสอบชุดเดียว หลักสูตรของ ก.พ. ท้องถิ่น และหน่วยงานที่จัดสอบเองอาจต่างกัน

ฝึก Grammar เพื่อช่วยให้เราเข้าใจประโยค และฝึก Reading เพื่อหาใจความกับข้อมูลที่คำถามต้องการ แล้วเทียบแผนฝึกกับประกาศของสนามจริงค่ะ

ลิงก์คำถามนี้
TOEIC ใช้ยื่นแทนข้อสอบภาษาอังกฤษราชการได้หรือไม่?

ต้องดูประกาศของการสอบหรือตำแหน่งนั้นโดยตรงค่ะ การยอมรับคะแนนเป็นคุณสมบัติ กับการให้ใช้แทนวิชาสอบ เป็นคนละเงื่อนไข ไม่ควรสรุปว่ามี TOEIC แล้วจะยกเว้นวิชาภาษาอังกฤษได้ทุกสนาม

ตรวจชนิดผลสอบ คะแนนขั้นต่ำ อายุผล และขั้นตอนยื่นให้ครบ ถ้าประกาศไม่ระบุชัด ให้สอบถามหน่วยงานผู้รับสมัครก่อนจ่ายค่าสอบนะคะ สำหรับภาค ก. ให้เริ่มตรวจจาก ข้อมูลการสอบภาค ก. ของสำนักงาน ก.พ.

ลิงก์คำถามนี้
หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจใช้เกณฑ์ภาษาอังกฤษเหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกันเสมอค่ะ แต่ละหน่วยงานและตำแหน่งอาจกำหนดชนิดแบบทดสอบ คะแนนขั้นต่ำ อายุผล หรือจัดสอบภาษาอังกฤษเอง

ก่อนเตรียมเอกสาร ให้เปิดประกาศรับสมัครฉบับเต็มและฉบับแก้ไขของตำแหน่งนั้น เทียบทีละข้อ อย่าอ้างเกณฑ์จากอีกหน่วยงานหรือประกาศคนละปีค่ะ

ลิงก์คำถามนี้
มีเวลาเตรียมสอบจำกัด ควรเริ่มจากตรงไหน?

เริ่มจากหลักสูตรของสนามสอบและสิ่งที่เรายังทำไม่ได้ค่ะ ลองโจทย์สั้น ๆ แล้วจัดกลุ่มข้อผิด เลือกทบทวนพื้นฐานที่ใช้ซ้ำก่อน เช่น โครงสร้างประโยคและคำศัพท์ในบริบท

แบ่งเวลาอ่านกับทำโจทย์ให้พอทบทวนเหตุผลได้ด้วย ครูไม่อยากให้รีบท่องทุกอย่างจนไม่ได้เช็กว่าเข้าใจจริงหรือยัง และไม่มีแผนระยะสั้นใดรับประกันผลสอบนะคะ

ลิงก์คำถามนี้
เรียน TOEIC แล้วนำความรู้ไปใช้กับข้อสอบสายราชการได้ไหม?

นำพื้นฐานหลายอย่างไปใช้ได้ค่ะ เช่น คำศัพท์ โครงสร้างประโยค และการอ่านหาใจความ แต่รูปแบบโจทย์ หลักสูตร และเกณฑ์ผ่านของแต่ละสนามยังต่างกัน

ถ้าเป้าหมายเป็นการสอบราชการ ให้ใช้พื้นฐานที่มีแล้วเสริมโจทย์ตามประกาศของสนามนั้นโดยเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องถือว่าฝึก TOEIC ครบแล้วจะครอบคลุมข้อสอบราชการทั้งหมดค่ะ

ลิงก์คำถามนี้

ยังมีเรื่องที่สงสัยอยู่ไหมคะ? 😊

ทักมาคุยกับครูเจนทาง LINE ได้เลยนะคะ ครูยินดีช่วยแนะนำว่าเราควรเริ่มเตรียมตัวจากตรงไหนค่ะ

ทัก LINE คุยกับครูเจน