ระบบพาถึงเป้า + ครูตามติดทาง LINE · การันตี 750+ ไม่ถึงเรียนซ้ำฟรี ☏ 082-514-6228 · janetoeic@gmail.com
หน้าแรกEnglish Tips › โทอิคคืออะไร

โทอิคคืออะไร ทำไมต้องสอบ — คู่มือฉบับเริ่มต้น

โดย ทีชเชอร์เจน · เผยแพร่ 22 ก.ค. 2019 · อัปเดตล่าสุด 2026

ภาพประกอบ: กระดาษคำตอบ TOEIC ดินสอ และคะแนนเต็ม 990
TL;DR: TOEIC คือข้อสอบวัดทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการทำงาน คะแนนเต็ม 990 คะแนน องค์กรไทยใช้มากที่สุดในการรับสมัครงานและปรับเงินเดือน ผลสอบมีอายุ 2 ปี ค่าสอบประมาณ 1,800 บาท คนไทยส่วนใหญ่ต้องการ 550–750 คะแนน ซึ่งเตรียมตัวถูกวิธี 1–3 เดือนก็ทำได้

ถ้าคุณกำลังหางาน เพิ่งเรียนจบ หรืออยากปรับฐานเงินเดือน คำว่า "ยื่นผล TOEIC" น่าจะผ่านตามาแล้วหลายครั้ง บทความนี้สรุปทุกอย่างที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจสอบ ตั้งแต่ข้อสอบหน้าตาเป็นยังไง ไปจนถึงคะแนนเท่าไหร่ถึงจะ "พอ"

TOEIC ย่อมาจากอะไร อ่านว่าอะไร?

TOEIC ย่อมาจาก Test of English for International Communication คนไทยอ่านทับศัพท์ว่า "โทอิค" (บางคนเขียน "โทอิก" หรือ "โทอิ๊ค" ก็หมายถึงตัวเดียวกัน) แปลตรงตัวคือข้อสอบวัดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารระหว่างประเทศ จัดทำโดย ETS องค์กรเดียวกับที่ออกข้อสอบ TOEFL

จุดที่ทำให้ TOEIC ต่างจากข้อสอบภาษาอังกฤษตัวอื่น คือมันวัดภาษาอังกฤษในบริบทที่ทำงานจริง — อีเมลธุรกิจ ประกาศในออฟฟิศ บทสนทนาลูกค้า ตารางนัดหมาย ไม่ใช่ภาษาวิชาการแบบ TOEFL/IELTS นี่คือเหตุผลที่บริษัทไทยเลือกใช้ TOEIC เป็นเกณฑ์รับสมัครงานมากที่สุด

TOEIC มีกี่แบบ? แบบไหนที่คนไทยสอบ

ถ้าประกาศรับสมัครงานเขียนแค่ "TOEIC 600 ขึ้นไป" โดยไม่ระบุอะไรเพิ่ม แปลว่าเขาหมายถึง Listening & Reading ค่ะ

ข้อสอบ TOEIC มีกี่ข้อ กี่พาร์ท หน้าตาเป็นยังไง?

TOEIC Listening & Reading มี 200 ข้อ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง แบ่งเป็น 7 พาร์ท เป็นปรนัยทั้งหมด ไม่มีข้อเขียนและไม่มีสัมภาษณ์:

พาร์ทเนื้อหาจำนวนข้อ
Part 1ฟังแล้วเลือกประโยคที่ตรงกับรูปภาพ6 ข้อ
Part 2ฟังคำถามสั้น แล้วเลือกคำตอบที่เหมาะสม25 ข้อ
Part 3ฟังบทสนทนา แล้วตอบคำถาม39 ข้อ
Part 4ฟังบทพูดคนเดียว เช่น ประกาศ ข้อความเสียง30 ข้อ
Part 5เติมคำในประโยค (แกรมมาร์ + คำศัพท์)30 ข้อ
Part 6เติมคำในข้อความยาว เช่น อีเมล ประกาศ16 ข้อ
Part 7อ่านบทความ/เอกสาร แล้วตอบคำถาม54 ข้อ

Part 1–4 คือ Listening (100 ข้อ ~45 นาที) เปิดเสียงรวดเดียวย้อนกลับไม่ได้ · Part 5–7 คือ Reading (100 ข้อ 75 นาที) บริหารเวลาเองได้ — พาร์ทที่คนส่วนใหญ่เก็บคะแนนขึ้นเร็วที่สุดคือ Part 5 เพราะเป็นกฎที่ฝึกได้ตรง ๆ (ดูเทคนิคที่ TOEIC Part 5: 7 จุดที่ออกซ้ำทุกรอบ)

คะแนนเต็มเท่าไหร่ คิดคะแนนยังไง?

คะแนนเต็ม 990 คะแนน แบ่งเป็น Listening 495 + Reading 495 คะแนนต่ำสุดที่เป็นไปได้คือ 10 คะแนน (ไม่ใช่ 0) และไม่มีการหักคะแนนข้อที่ตอบผิด — ข้อไหนไม่รู้ก็ควรเดา ห้ามเว้นว่างเด็ดขาด

คะแนนดิบ (จำนวนข้อที่ตอบถูก) จะถูกแปลงเป็นคะแนน TOEIC ตามตารางของแต่ละรอบสอบ ซึ่งไม่ได้เป็นสัดส่วนตายตัว — ตอบถูกจำนวนเท่ากันในคนละรอบอาจได้คะแนนต่างกันเล็กน้อย จึงไม่ควรคำนวณคะแนนล่วงหน้าแบบเป๊ะ ๆ ให้ดูเป็นช่วงแทน

ใครบ้างที่ต้องใช้คะแนน TOEIC?

กลุ่มหลักที่ใช้คะแนน TOEIC ในไทยคือ ผู้สมัครงานบริษัทเอกชน (โดยเฉพาะสายการบิน โรงแรม ธนาคาร และบริษัทข้ามชาติ) พนักงานที่ต้องยื่นคะแนนเพื่อปรับตำแหน่งหรือฐานเงินเดือน และผู้สอบราชการ/รัฐวิสาหกิจบางหน่วยงานที่กำหนดเกณฑ์ภาษาอังกฤษ

คะแนนเท่าไหร่ถึงจะพอ?

ขึ้นกับเป้าหมาย: งานทั่วไปมักกำหนด 550–650 คะแนน สายการบินและบริษัทข้ามชาติมัก 650–750+ ส่วนการยื่นปรับเงินเดือนหลายองค์กรเริ่มที่ 750 — เป็นเหตุผลที่คอร์สของเราตั้งเป้าการันตีที่ 750+

เริ่มเตรียมตัวยังไงดี?

ขั้นแรกให้ลองทำข้อสอบเก่าจับเวลาหนึ่งชุดเพื่อรู้ระดับปัจจุบัน จากนั้นวางแผนตามพื้นฐาน: ถ้าพื้นฐานยังไม่แน่น เริ่มที่คอร์สปูพื้นฐานก่อน ถ้าพร้อมลุยข้อสอบ เข้าคอร์ส Intensiveได้เลย หรือถ้ายังไม่แน่ใจ ทดลองเรียนฟรีก่อนก็ได้

สรุป

📌 อยากได้ 750+ แบบมีคนการันตี? ดูคอร์ส TOEIC Intensive หรือทดลองเรียนฟรีก่อนตัดสินใจ
🎯 ยังไม่รู้ระดับตัวเอง? ทำแบบทดสอบวัดระดับฟรี 10 นาที — รู้คะแนน TOEIC ประมาณการทันที พร้อมคำแนะนำเส้นทางเรียนที่เหมาะกับคุณ
แชร์บทความ: Facebook LINE X

บทความถัดไป

LINE