ถ้าคุณกำลังหางาน เพิ่งเรียนจบ หรืออยากปรับฐานเงินเดือน คำว่า "ยื่นผล TOEIC" น่าจะผ่านตามาแล้วหลายครั้ง บทความนี้สรุปทุกอย่างที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจสอบ ตั้งแต่ข้อสอบหน้าตาเป็นยังไง ไปจนถึงคะแนนเท่าไหร่ถึงจะ "พอ"
TOEIC ย่อมาจากอะไร อ่านว่าอะไร?
TOEIC ย่อมาจาก Test of English for International Communication คนไทยอ่านทับศัพท์ว่า "โทอิค" (บางคนเขียน "โทอิก" หรือ "โทอิ๊ค" ก็หมายถึงตัวเดียวกัน) แปลตรงตัวคือข้อสอบวัดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารระหว่างประเทศ จัดทำโดย ETS องค์กรเดียวกับที่ออกข้อสอบ TOEFL
จุดที่ทำให้ TOEIC ต่างจากข้อสอบภาษาอังกฤษตัวอื่น คือมันวัดภาษาอังกฤษในบริบทที่ทำงานจริง — อีเมลธุรกิจ ประกาศในออฟฟิศ บทสนทนาลูกค้า ตารางนัดหมาย ไม่ใช่ภาษาวิชาการแบบ TOEFL/IELTS นี่คือเหตุผลที่บริษัทไทยเลือกใช้ TOEIC เป็นเกณฑ์รับสมัครงานมากที่สุด
TOEIC มีกี่แบบ? แบบไหนที่คนไทยสอบ
- TOEIC Listening & Reading — แบบฟัง+อ่าน เป็นปรนัยล้วน นี่คือแบบที่คนไทยเกือบ 100% หมายถึงเวลาพูดว่า "สอบโทอิค" และเป็นแบบที่องค์กรใช้รับสมัครงาน
- TOEIC Speaking & Writing — แบบพูด+เขียน สอบแยกต่างหาก มีคนสอบน้อยกว่ามาก ใช้เฉพาะบางองค์กรที่ต้องการวัดทักษะสื่อสารเชิงรุก
ถ้าประกาศรับสมัครงานเขียนแค่ "TOEIC 600 ขึ้นไป" โดยไม่ระบุอะไรเพิ่ม แปลว่าเขาหมายถึง Listening & Reading ค่ะ
ข้อสอบ TOEIC มีกี่ข้อ กี่พาร์ท หน้าตาเป็นยังไง?
TOEIC Listening & Reading มี 200 ข้อ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง แบ่งเป็น 7 พาร์ท เป็นปรนัยทั้งหมด ไม่มีข้อเขียนและไม่มีสัมภาษณ์:
| พาร์ท | เนื้อหา | จำนวนข้อ |
|---|---|---|
| Part 1 | ฟังแล้วเลือกประโยคที่ตรงกับรูปภาพ | 6 ข้อ |
| Part 2 | ฟังคำถามสั้น แล้วเลือกคำตอบที่เหมาะสม | 25 ข้อ |
| Part 3 | ฟังบทสนทนา แล้วตอบคำถาม | 39 ข้อ |
| Part 4 | ฟังบทพูดคนเดียว เช่น ประกาศ ข้อความเสียง | 30 ข้อ |
| Part 5 | เติมคำในประโยค (แกรมมาร์ + คำศัพท์) | 30 ข้อ |
| Part 6 | เติมคำในข้อความยาว เช่น อีเมล ประกาศ | 16 ข้อ |
| Part 7 | อ่านบทความ/เอกสาร แล้วตอบคำถาม | 54 ข้อ |
Part 1–4 คือ Listening (100 ข้อ ~45 นาที) เปิดเสียงรวดเดียวย้อนกลับไม่ได้ · Part 5–7 คือ Reading (100 ข้อ 75 นาที) บริหารเวลาเองได้ — พาร์ทที่คนส่วนใหญ่เก็บคะแนนขึ้นเร็วที่สุดคือ Part 5 เพราะเป็นกฎที่ฝึกได้ตรง ๆ (ดูเทคนิคที่ TOEIC Part 5: 7 จุดที่ออกซ้ำทุกรอบ)
คะแนนเต็มเท่าไหร่ คิดคะแนนยังไง?
คะแนนเต็ม 990 คะแนน แบ่งเป็น Listening 495 + Reading 495 คะแนนต่ำสุดที่เป็นไปได้คือ 10 คะแนน (ไม่ใช่ 0) และไม่มีการหักคะแนนข้อที่ตอบผิด — ข้อไหนไม่รู้ก็ควรเดา ห้ามเว้นว่างเด็ดขาด
คะแนนดิบ (จำนวนข้อที่ตอบถูก) จะถูกแปลงเป็นคะแนน TOEIC ตามตารางของแต่ละรอบสอบ ซึ่งไม่ได้เป็นสัดส่วนตายตัว — ตอบถูกจำนวนเท่ากันในคนละรอบอาจได้คะแนนต่างกันเล็กน้อย จึงไม่ควรคำนวณคะแนนล่วงหน้าแบบเป๊ะ ๆ ให้ดูเป็นช่วงแทน
ใครบ้างที่ต้องใช้คะแนน TOEIC?
กลุ่มหลักที่ใช้คะแนน TOEIC ในไทยคือ ผู้สมัครงานบริษัทเอกชน (โดยเฉพาะสายการบิน โรงแรม ธนาคาร และบริษัทข้ามชาติ) พนักงานที่ต้องยื่นคะแนนเพื่อปรับตำแหน่งหรือฐานเงินเดือน และผู้สอบราชการ/รัฐวิสาหกิจบางหน่วยงานที่กำหนดเกณฑ์ภาษาอังกฤษ
คะแนนเท่าไหร่ถึงจะพอ?
ขึ้นกับเป้าหมาย: งานทั่วไปมักกำหนด 550–650 คะแนน สายการบินและบริษัทข้ามชาติมัก 650–750+ ส่วนการยื่นปรับเงินเดือนหลายองค์กรเริ่มที่ 750 — เป็นเหตุผลที่คอร์สของเราตั้งเป้าการันตีที่ 750+
เริ่มเตรียมตัวยังไงดี?
ขั้นแรกให้ลองทำข้อสอบเก่าจับเวลาหนึ่งชุดเพื่อรู้ระดับปัจจุบัน จากนั้นวางแผนตามพื้นฐาน: ถ้าพื้นฐานยังไม่แน่น เริ่มที่คอร์สปูพื้นฐานก่อน ถ้าพร้อมลุยข้อสอบ เข้าคอร์ส Intensiveได้เลย หรือถ้ายังไม่แน่ใจ ทดลองเรียนฟรีก่อนก็ได้
สรุป
- TOEIC เต็ม 990 คะแนน สอบฟัง + อ่าน 200 ข้อใน 2 ชั่วโมง
- ผลสอบอายุ 2 ปี ค่าสอบ ~1,800 บาท สอบที่ศูนย์ CPA
- เป้าหมายที่คุ้มที่สุดสำหรับคนทำงานคือ 750+
- เตรียมตัวถูกวิธี 1–3 เดือนถึงเป้าได้ แม้เริ่มจากศูนย์